วิชาโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ 5/3

Posted: พฤศจิกายน 19, 2010 in การเรียนการสอน, Uncategorized

ให้นักเรียน ร่วมแสดง ความคิดเห็น อภิปราย ให้ความรู้ เกี่ยวกับปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยา

กำเนิดโลก

ความเห็น
  1. withawatna พูดว่า:

    ภาวะโลกร้อน

  2. นางสาวบุญญิสา ก๋องมณี ม.5/3 เลขที่9 พูดว่า:

    ภูเขาไฟระเบิด
    เป็นปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลง ของเปลือกโลก การระเบิดของภูเขาไฟเกิดจากการปะทุของแมกมา แก๊ส และเถ้าจากใต้เปลือกโลก เมื่อเกิดการระเบิด แมกมา เศษหิน ฝุ่นละออง และเถ้าถ่านของภูเขาไฟจะพ่นออกมาทางปล่องของภูเขาไฟ หรือออกมาทางช่องด้านข้างของภูเขาไฟ หรือจากรอยแตกแยกของภูเขาไฟ
    แผ่นดินถล่ม
    เนื่องจากขาดความสมดุลในการทรงตัวบริเวณดังกล่าว ทำให้เกิดการปรับตัวของพื้นดินต่อแรงดึงดูดของโลก และเกิดการเคลื่อนตัวขององค์ประกอบธรณีวิทยาบริเวณนั้นจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ แผ่นดินถล่มมักเกิดในกรณีที่มีฝนตกหนักมาก
    เรื่อง แผ่นดินไหว

    แผ่นดินไหวเป็นปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาที่เกิดจากการที่โลกเคลื่อนไหวผิดปกติในทันทีทันใด ซึ่งมีทั้งการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยที่ทำให้พื้นดินสั่นไหวพอรู้สึกได้ จนถึงการเคลื่อนที่อย่างรุนแรงที่ทำให้เกิดอันตรายต่อบ้านเรือนและชีวิตของมนุษย์ จากข้อมูลการเกิดแผ่นดินไหวในแต่ละปีพบว่า ในปีหนึ่งๆ มีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นทั่วโลกเฉลี่ยถึง 150,000 ครั้ง หรือวันละ 400 ครั้ง
    1. สาเหตุการเกิดแผ่นดินไหว การเกิดแผ่นดินไหวเกิดจากการเคลื่อนที่ของเปลือกโลกซึ่งประกอบด้วย ชั้นดินและหิน เมื่อเกิดแผ่นดินไหวชั้นดินและหินจะเกิดการเปลี่ยนแปลง เป็นผลทำให้เกิดความเสียหายต่อสภาพภูมิศาสตร์ของเปลือกโลกได้
    โดยปกติเมื่อมีแรงมากด ดัน หรือดึงวัตถุใดๆ วัตถุจะพยายามต้านการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นโดยสะสมพลังงานในรูปของพลังงานศักย์ จนกระทั่งแรงที่มากระทำมีขนาดมากกว่าที่วัตถุจะต้านไว้ได้ วัตถุนั้นจะเปลี่ยนแปลง รูปร่าง การเกิดแผ่นดินไหวก็เช่นกัน เมื่อมีการเคลื่อนที่ของเปลือกโลกตามแนวรอยต่อของแผ่นธรณีภาค ทำให้ชั้นหินขนาดใหญ่แตกหักหรือเลื่อนตัว จนเกิดการถ่ายโอนพลังงานศักย์อย่างรวดเร็วให้กับชั้นหินที่อยู่ติดกันในรูปของคลื่นไหวสะเทือน ซึ่งจะแผ่กระจายจากจุดกำเนิดไปทุกทิศทุกทาง และสามารถเคลื่อนที่ผ่านตัวกลางต่างๆ ภายในโลกขึ้นมาบนผิวโลกได้ ตำแหน่งที่เป็นจุดกำเนิดการไหวสะเทือนของแผ่นดิน หรือเกิดแผ่นดินไหวเรียกว่า ศูนย์เกิดแผ่นดินไหว (focus) ซึ่งอาจเกิดได้หลายๆ จุดในพื้นที่ตามแนวรอยเลื่อน ศูนย์เกิดแผ่นดินไหวจะอยู่ใต้เปลือกโลกที่ระดับความลึกต่างๆ กัน

  3. นางสาวดวงกมล แซ่ย่าง พูดว่า:

    แผ่นดินไหว

    แผ่นดินไหวเป็นปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาที่เกิดจากการที่โลกเคลื่อนไหวผิดปกติในทันทีทันใด ซึ่งมีทั้งการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยที่ทำให้พื้นดินสั่นไหวพอรู้สึกได้ จนถึงการเคลื่อนที่อย่างรุนแรงที่ทำให้เกิดอันตรายต่อบ้านเรือนและชีวิตของมนุษย์ จากข้อมูลการเกิดแผ่นดินไหวในแต่ละปีพบว่า ในปีหนึ่งๆ มีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นทั่วโลกเฉลี่ยถึง 150,000 ครั้ง หรือวันละ 400 ครั้ง
    สาเหตุการเกิดแผ่นดินไหว การเกิดแผ่นดินไหวเกิดจากการเคลื่อนที่ของเปลือกโลกซึ่งประกอบด้วย ชั้นดินและหิน เมื่อเกิดแผ่นดินไหวชั้นดินและหินจะเกิดการเปลี่ยนแปลง เป็นผลทำให้เกิดความเสียหายต่อสภาพภูมิศาสตร์ของเปลือกโลกได้
    โดยปกติเมื่อมีแรงมากด ดัน หรือดึงวัตถุใดๆ วัตถุจะพยายามต้านการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นโดยสะสมพลังงานในรูปของพลังงานศักย์ จนกระทั่งแรงที่มากระทำมีขนาดมากกว่าที่วัตถุจะต้านไว้ได้ วัตถุนั้นจะเปลี่ยนแปลง รูปร่าง การเกิดแผ่นดินไหวก็เช่นกัน เมื่อมีการเคลื่อนที่ของเปลือกโลกตามแนวรอยต่อของแผ่นธรณีภาค ทำให้ชั้นหินขนาดใหญ่แตกหักหรือเลื่อนตัว จนเกิดการถ่ายโอนพลังงานศักย์อย่างรวดเร็ว
    http://www.google.com

  4. นางสาวปราณี สันติคีรีวงค์ พูดว่า:

    ภูเขาไฟระเบิด

    ภูเขาเป็นธรณีสัณฐานลักษณะหนึ่งบนพื้นผิวโลกที่เป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญแหล่งหนึ่ง ส่วนภูเขาไฟเป็นภูเขาที่สามารถพ่นสารละลายร้อนและเถ้าถ่านตลอดจนเศษหินจากภายในโลกออกสู่พื้นผิวโลกได้ ภูเขาไฟมีทั้งชนิดที่ดับแล้วและที่มีพลังอยู่ ภูเขาไฟที่ดับแล้วเป็นภูเขาไฟที่เกิดขึ้นมานานมากและวัตถุที่พ่นออกมาแข็งตัวกลายเป็นหินภูเขาไฟบนพื้นโลก ภูเขาจำนวนมากและเทือกเขาที่สำคัญของโลกหลายแห่งในปัจจุบันเป็นภูเขาไฟที่ดับแล้ว ส่วนภูเขาไฟที่มีพลังเป็นภูเขาไฟที่มีการระเบิดค่อนข้างถี่และอาจจะระเบิดอีก จากการสำรวจพบว่าในปัจจุบันยังคงมีภูเขาไฟที่มีพลังประมาณ 1,300 ลูก
    การระเบิดของภูเขาไฟ ภูเขาไฟระเบิด
    เป็นปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลง ของเปลือกโลก การระเบิดของภูเขาไฟเกิดจากการปะทุของแมกมา แก๊ส และเถ้าจากใต้เปลือกโลก เมื่อเกิดการระเบิด แมกมา เศษหิน ฝุ่นละออง และเถ้าถ่านของภูเขาไฟจะพ่นออกมาทางปล่องของภูเขาไฟ หรือออกมาทางช่องด้านข้างของภูเขาไฟ หรือจากรอยแตกแยกของภูเขา
    http://www.google.com

  5. นางสาวพิกุล คงทน ม5/3 เลขที่ 8 พูดว่า:

    เรื่อง แผ่นดินไหว

    แผ่นดินไหวเป็นปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาที่เกิดจากการที่โลกเคลื่อนไหวผิดปกติในทันทีทันใด ซึ่งมีทั้งการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยที่ทำให้พื้นดินสั่นไหวพอรู้สึกได้ จนถึงการเคลื่อนที่อย่างรุนแรงที่ทำให้เกิดอันตรายต่อบ้านเรือนและชีวิตของมนุษย์ จากข้อมูลการเกิดแผ่นดินไหวในแต่ละปีพบว่า ในปีหนึ่งๆ มีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นทั่วโลกเฉลี่ยถึง 150,000 ครั้ง หรือวันละ 400 ครั้ง
    1. สาเหตุการเกิดแผ่นดินไหว การเกิดแผ่นดินไหวเกิดจากการเคลื่อนที่ของเปลือกโลกซึ่งประกอบด้วย ชั้นดินและหิน เมื่อเกิดแผ่นดินไหวชั้นดินและหินจะเกิดการเปลี่ยนแปลง เป็นผลทำให้เกิดความเสียหายต่อสภาพภูมิศาสตร์ของเปลือกโลกได้
    โดยปกติเมื่อมีแรงมากด ดัน หรือดึงวัตถุใดๆ วัตถุจะพยายามต้านการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นโดยสะสมพลังงานในรูปของพลังงานศักย์ จนกระทั่งแรงที่มากระทำมีขนาดมากกว่าที่วัตถุจะต้านไว้ได้ วัตถุนั้นจะเปลี่ยนแปลง รูปร่าง การเกิดแผ่นดินไหวก็เช่นกัน เมื่อมีการเคลื่อนที่ของเปลือกโลกตามแนวรอยต่อของแผ่นธรณีภาค ทำให้ชั้นหินขนาดใหญ่แตกหักหรือเลื่อนตัว จนเกิดการถ่ายโอนพลังงานศักย์อย่างรวดเร็วให้กับชั้นหินที่อยู่ติดกันในรูปของคลื่นไหวสะเทือน ซึ่งจะแผ่กระจายจากจุดกำเนิดไปทุกทิศทุกทาง และสามารถเคลื่อนที่ผ่านตัวกลางต่างๆ ภายในโลกขึ้นมาบนผิวโลกได้ ตำแหน่งที่เป็นจุดกำเนิดการไหวสะเทือนของแผ่นดิน หรือเกิดแผ่นดินไหวเรียกว่า ศูนย์เกิดแผ่นดินไหว (focus) ซึ่งอาจเกิดได้หลายๆ จุดในพื้นที่ตามแนวรอยเลื่อน ศูนย์เกิดแผ่นดินไหวจะอยู่ใต้เปลือกโลกที่ระดับความลึกต่างๆ กัน

  6. ดาวน้อย ผาด่านสวัสดิ์ พูดว่า:

    ภูเขาไฟ
    ภูเขาเป็นธรณีสัณฐานลักษณะหนึ่งบนพื้นผิวโลกที่เป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญแหล่งหนึ่ง ส่วนภูเขาไฟเป็นภูเขาที่สามารถพ่นสารละลายร้อนและเถ้าถ่านตลอดจนเศษหินจากภายในโลกออกสู่พื้นผิวโลกได้ ภูเขาไฟมีทั้งชนิดที่ดับแล้วและที่มีพลังอยู่ ภูเขาไฟที่ดับแล้วเป็นภูเขาไฟที่เกิดขึ้นมานานมากและวัตถุที่พ่นออกมาแข็งตัวกลายเป็นหินภูเขาไฟบนพื้นโลก ภูเขาจำนวนมากและเทือกเขาที่สำคัญของโลกหลายแห่งในปัจจุบันเป็นภูเขาไฟที่ดับแล้ว ส่วนภูเขาไฟที่มีพลังเป็นภูเขาไฟที่มีการระเบิดค่อนข้างถี่และอาจจะระเบิดอีก จากการสำรวจพบว่าในปัจจุบันยังคงมีภูเขาไฟที่มีพลังประมาณ 1,300 ลูก

    จาก…google

  7. นางสาวนงนุช สูงพนาดอน พูดว่า:

    ภาวะโลกร้อน (Global Warming)

    ภาวะโลกร้อน (Global Warming) หรือ ภาวะภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง (Climate Change) เป็นปัญหาใหญ่ของโลกเราในปัจจุบัน สังเกตได้จาก อุณหภูมิ ของโลกที่สูงขึ้นเรื่อยๆ สาเหตุหลักของปัญหานี้ มาจาก ก๊าซเรือนกระจก ค่ะ (Greenhouse gases)

    ปรากฏการณ์เรือนกระจก มีความสำคัญกับโลก เพราะก๊าซจำพวก คาร์บอนไดออกไซด์ หรือ มีเทน จะกักเก็บความร้อนบางส่วนไว้ในในโลก ไม่ให้สะท้อนกลับสู่บรรยากาศทั้งหมด มิฉะนั้น โลกจะกลายเป็นแบบดวงจันทร์ ที่ตอนกลางคืนหนาวจัด (และ ตอนกลางวันร้อนจัด เพราะไม่มีบรรยากาศ กรองพลังงาน จาก ดวงอาทิตย์) ซึ่งการทำให้โลกอุ่นขึ้นเช่นนี้ คล้ายกับหลักการของ เรือนกระจก (ที่ใช้ปลูกพืช) จึงเรียกว่า ปรากฏการณ์เรือนกระจก (Greenhouse Effect) ค่ะ

    แต่การเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของ CO2 ที่ออกมาจาก โรงงานอุตสาหกรรม รถยนต์ หรือการกระทำใดๆที่เผา เชื้อเพลิงฟอสซิล (เช่น ถ่านหิน น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ หรือ สารประกอบไฮโดรคาร์บอน ) ส่งผลให้ระดับปริมาณ CO2 ในปัจจุบันสูงเกิน 300 ppm (300 ส่วน ใน ล้านส่วน) เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 6 แสนปี

    ซึ่ง คาร์บอนไดออกไซด์ ที่มากขึ้นนี้ ได้เพิ่มการกักเก็บความร้อนไว้ในโลกของเรามากขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดเป็น ภาวะโลกร้อน ดังเช่นปัจจุบัน

    ภาวะโลกร้อนภายในช่วง 10 ปีนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533 มานี้ ได้มีการบันทึกถึงปีที่มีอากาศร้อนที่สุดถึง 3 ปีคือ ปี พ.ศ. 2533, พ.ศ.2538 และปี พ.ศ. 2540 แม้ว่าพยากรณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ยังมีความไม่แน่นอนหลายประการ แต่การถกเถียงวิพากษ์วิจารณ์ได้เปลี่ยนหัวข้อจากคำถามที่ว่า “โลกกำลังร้อนขึ้นจริงหรือ” เป็น “ผลกระทบจากการที่โลกร้อนขึ้นจะส่งผลร้ายแรง และต่อเนื่องต่อสิ่งที่มีชีวิตในโลกอย่างไร” ดังนั้น ยิ่งเราประวิงเวลาลงมือกระทำการแก้ไขออกไปเพียงใด ผลกระทบที่เกิดขึ้นก็จะยิ่งร้ายแรงมากขึ้นเท่านั้น และบุคคลที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดก็คือ ลูกหลานของพวกเราเอง
    http://www.google.com

  8. น.ส ขวัญใจ มณีวรรณ พูดว่า:

    สึนามิ(tsunami)

    เข้าสู่ฝั่ง ผู้ที่พบคลื่นสึนามิในท้องทะเลจะไม่รู้สึกและดูไม่ออก เพราะคลื่นที่เกิดจากแผ่นดินไหว ในทะเลจะมียอดคลื่นสูงประมาณ 122 เมตร และถูกกลบด้วยคลื่นปกติไปโดยปริยาย คลื่นที่เกิดขึ้นจะมีความยาวคลื่นค่อนข้างมากประมาณ 1,002,700 กิโลเมตร ความเร็วคลื่นประมาณ 5,002,590 กิโลเมตร/ชั่วโมง และเมื่อมาถึงฝั่งความยาวคลื่นและความเร็วคลื่นจะลดลง แต่แอมพลิจูดจะมากขึ้น น้ำทะเลจะม้วนตัวขึ้นมาจากข้างใต้และยกตัวขึ้นมาสูงมากกว่าเดิมหลายเท่าอย่างรวดเร็ว อาจสูงถึง 30 เมตร สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน สิ่งก่อสร้างและชีวิตมนุษย์

  9. นางสาวสุนีย์ เริงไม ม.5/3 เลขที่22 พูดว่า:

    การระเบิดของภูเขาไฟ ภูเขาไฟระเบิด

    เป็นปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลง ของเปลือกโลก การระเบิดของภูเขาไฟเกิดจากการปะทุของแมกมา แก๊ส และเถ้าจากใต้เปลือกโลก เมื่อเกิดการระเบิด แมกมา เศษหิน ฝุ่นละออง และเถ้าถ่านของภูเขาไฟจะพ่นออกมาทางปล่องของภูเขาไฟ หรือออกมาทางช่องด้านข้างของภูเขาไฟ หรือจากรอยแตกแยกของภูเขาไฟ

  10. กาญจนา แซ่วะ พูดว่า:

    คลื่นสึนามิ (ญี่ปุ่น: 津波 tsunami คลื่นที่ท่าเรือ หรือ คลื่นชายฝั่ง ?) คือ คลื่นหรือกลุ่มคลื่นที่มีจุดกำเนิดอยู่ในเขตทะเลลึก ซึ่งมักปรากฏหลังแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ แผ่นดินไหวใต้ทะเล ภูเขาไฟระเบิด ดินถล่ม แผ่นดินทรุด หรืออุกกาบาตขนาดใหญ่ตกลงในทะเล คลื่นสึนามิสามารถเข้าทำลายพื้นที่ชายฝั่ง ทำให้เกิดการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินได้

    จาก…google

  11. น.ส.เรวดี แซ่ฟุ้ง พูดว่า:

    แผ่นดินไหว
    แผ่นดินไหวเป็นปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาที่เกิดจากการที่โลกเคลื่อนไหวผิดปกติในทันทีทันใด ซึ่งมีทั้งการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยที่ทำให้พื้นดินสั่นไหวพอรู้สึกได้ จนถึงการเคลื่อนที่อย่างรุนแรงที่ทำให้เกิดอันตรายต่อบ้านเรือนและชีวิตของมนุษย์ จากข้อมูลการเกิดแผ่นดินไหวในแต่ละปีพบว่า ในปีหนึ่งๆ มีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นทั่วโลกเฉลี่ยถึง 150,000 ครั้ง หรือวันละ 400 ครั้ง
    1. สาเหตุการเกิดแผ่นดินไหว การเกิดแผ่นดินไหวเกิดจากการเคลื่อนที่ของเปลือกโลกซึ่งประกอบด้วย ชั้นดินและหิน เมื่อเกิดแผ่นดินไหวชั้นดินและหินจะเกิดการเปลี่ยนแปลง เป็นผลทำให้เกิดความเสียหายต่อสภาพภูมิศาสตร์ของเปลือกโลกได้
    โดยปกติเมื่อมีแรงมากด ดัน หรือดึงวัตถุใดๆ วัตถุจะพยายามต้านการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นโดยสะสมพลังงานในรูปของพลังงานศักย์ จนกระทั่งแรงที่มากระทำมีขนาดมากกว่าที่วัตถุจะต้านไว้ได้ วัตถุนั้นจะเปลี่ยนแปลง รูปร่าง การเกิดแผ่นดินไหวก็เช่นกัน เมื่อมีการเคลื่อนที่ของเปลือกโลกตามแนวรอยต่อของแผ่นธรณีภาค ทำให้ชั้นหินขนาดใหญ่แตกหักหรือเลื่อนตัว จนเกิดการถ่ายโอนพลังงานศักย์อย่างรวดเร็วให้กับชั้นหินที่อยู่ติดกันในรูปของคลื่นไหวสะเทือน ซึ่งจะแผ่กระจายจากจุดกำเนิดไปทุกทิศทุกทาง และสามารถเคลื่อนที่ผ่านตัวกลางต่างๆ ภายในโลกขึ้นมาบนผิวโลกได้ ตำแหน่งที่เป็นจุดกำเนิดการไหวสะเทือนของแผ่นดิน หรือเกิดแผ่นดินไหวเรียกว่า ศูนย์เกิดแผ่นดินไหว (focus) ซึ่งอาจเกิดได้หลายๆ จุดในพื้นที่ตามแนวรอยเลื่อน ศูนย์เกิดแผ่นดินไหวจะอยู่ใต้เปลือกโลกที่ระดับความลึกต่างๆ กัน

  12. นิลาวัลย์ ปงผางนิมิต พูดว่า:

    พายุ คือ สภาพบรรยากาศที่ถูกรบกวนแบบใด ๆ ก็ตาม โดยเฉพาะที่มีผลกระทบต่อพื้นผิวโลก และบ่งบอกถึงสภาพอากาศที่รุนแรง เวลากล่าวถึงความรุนแรงของพายุ จะมีเนื้อหาสำคัญอยู่บางประการคือ ความเร็วที่ศูนย์กลาง ซึ่งอาจสูงถึง 400 กม./ชม. ความเร็วของการเคลื่อนตัว ทิศทางการเคลื่อนตัวของพายุ และขนาดความกว้างหรือเส้นผ่าศูนย์กลางของตัวพายุ ซึ่งบอกถึงอาณาบริเวณที่จะได้รับความเสียหายว่าครอบคลุมเท่าใด ความรุนแรงของพายุจะมีหน่วยวัดความรุนแรงคล้ายหน่วยริกเตอร์ของการวัดความรุนแรงแผ่นดินไหว มักจะมีความเร็วเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

    จาก…google

  13. นางสาวทิพวรรณ ขันแก้วกาศ ม.5/3 เลขที่ 14 พูดว่า:

    สึนามิ
    เข้าสู่ฝั่ง ผู้ที่พบคลื่นสึนามิในท้องทะเลจะไม่รู้สึกและดูไม่ออก เพราะคลื่นที่เกิดจากแผ่นดินไหว ในทะเลจะมียอดคลื่นสูงประมาณ 122 เมตร และถูกกลบด้วยคลื่นปกติไปโดยปริยาย คลื่นที่เกิดขึ้นจะมีความยาวคลื่นค่อนข้างมากประมาณ 1,002,700 กิโลเมตร ความเร็วคลื่นประมาณ 5,002,590 กิโลเมตร/ชั่วโมง และเมื่อมาถึงฝั่งความยาวคลื่นและความเร็วคลื่นจะลดลง แต่แอมพลิจูดจะมากขึ้น น้ำทะเลจะม้วนตัวขึ้นมาจากข้างใต้และยกตัวขึ้นมาสูงมากกว่าเดิมหลายเท่าอย่างรวดเร็ว อาจสูงถึง 30 เมตร สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน สิ่งก่อสร้างและชีวิตมนุษย์

    สิ่งที่บอกได้ว่าจะเกิดสึนามิ คือ การลดลงของระดับน้ำทะเลอย่างรวดเร็วตามชายหาด เมื่อเกิดเหตุการณ์ เช่นนี้จะต้องรีบเคลื่อนย้ายไปที่สูงภายในเวลา 5,230 นาที หลังการลดลงของระดับน้ำทะเล จะมีน้ำทะเลปริมาณ มหาศาลไหลทะลักเข้าสู่แผ่นดิน ซึ่งอาจมีระยะทางหลายร้อยเมตรจากชายฝั่ง หลังจากนั้นน้ำทะเลก็จะไหลกลับคืนสู่ทะเลอีก ระยะห่างของเวลาของคลื่นแต่ละลูกที่วิ่งเข้ามายังแผ่นดินอยู่ระหว่าง 10260 นาที จนกว่าพลังงานทั้งหมดจะหายไป
    รูปแสดงการเกิดคลื่นสึนามิ

    วันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2547 ได้เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เริ่มต้นขึ้นทางตอนเหนือของเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อเวลาประมาณ 07.59 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยมีระดับความรุนแรง 6.4 ริกเตอร์ (ขณะที่ทางศูนย์สำรวจทางธรณีวิทยาของสหรัฐอเมริกาวัดระดับความสั่นสะเทือนได้ถึง 8.9 ริกเตอร์) ทำลายบ้านเรือน ประชาชนไปเป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นยังเกิดมีคลื่นสึนามิสูง 5 เมตร พัดเข้ามาทางชายฝั่งตอนเหนือหลัง เกิดแผ่นดินไหว แนวสั่นสะเทือนนี้ได้เคลื่อนไปยังหมู่เกาะอันดามัน ในมหาสมุทรอินเดีย คลื่นสึนามิมีต้นกำเนิดมาจากแผ่นดินไหวในหมู่เกาะอันดามันเข้ากระหน่ำประเทศศรีลังกา หมู่เกาะมัลดีฟทางตอนใต้ของศรีลังกา อินเดีย เกาะปีนัง ไทย พม่า และทางชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของปาปัวนิวกินี นอกจากจะทำให้คนล้มตายเป็นจำนวนมากแล้ว ยังทำให้เกิดความเสียหายต่ออาคารสถานที่และทรัพย์สินเป็นจำนวนมหาศาลด้วย
    สึนามินอกจากจะเกิดจากการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกตามแนวรอยเลื่อนที่ก่อให้เกิดแผ่นดินไหวที่พื้นท้องทะเลแล้ว ยังอาจเกิดจากการระเบิดอย่างรุนแรงของภูเขาไฟใต้ทะเล หรือเกิดจากดินที่พื้นท้องทะเลถล่ม หรือเกิดจากการทดลองระเบิดนิวเคลียร์ใต้ทะเลก็ได้ อย่างไรก็ตามเพื่อป้องกันอันตรายและความเสียหายที่เกิดจากสึนามิ จึงกำหนดมาตรการป้องกันภัยจากสึนามิ ดังนี้
    – ขณะที่อยู่บริเวณชายฝั่งเมื่อรู้สึกว่ามีแผ่นดินไหว หรือพบว่าระดับน้ำทะเลลดลงมากผิดปกติ ให้รีบอพยพไปยังที่สูงทันที
    -เมื่อได้ฟังประกาศจากทางการเกี่ยวกับการเกิดแผ่นดินไหวในทะเล ให้เตรียมรับสถานการณ์ที่อาจเกิดสึนามิตามมาได้
    – ถ้าอยู่ในเรือที่จอดอยู่ที่ท่าเรือ เมื่อทราบข่าวว่าจะเกิดสึนามิพัดเข้ามา ให้รีบนำเรือออกไปกลางทะเลทันที เพราะกลางทะเลคลื่นสึนามิจะไม่รุนแรงเท่าชายฝั่ง
    – คลื่นสึนามิอาจเกิดขึ้นหลายระลอกจากการเกิดแผ่นดินไหวครั้งเดียว เนื่องจากมีการแกว่งไปมาของน้ำทะเล ดังนั้นควรรอประกาศจากทางราชการก่อนว่าปลอดภัย จึงสามารถลงไปชายหาดได้
    – ติดตามการเสนอข่าวของทางราชการอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง
    – ถ้าบ้านเรือนอยู่ใกล้ชายหาด ควรจัดทำเขื่อน กำแพง ปลูกต้นไม้ หรือวางวัสดุลดแรงปะทะของน้ำทะเลในบริเวณย่านที่มีความเสี่ยงภัยในเรื่องสึนามิ
    – ควรหลีกเลี่ยงการก่อสร้างอาคารบ้านเรือนใกล้ชายฝั่งในย่านที่มีความเสี่ยงภัยสูง
    – วางแผนในการฝึกซ้อมรับภัยจากสึนามิเป็นประจำทุกปี เช่น กำหนดเส้นทางหนีภัยสึนามิ สถานที่ในการอพยพ และเตรียมแหล่งสะสมน้ำสะอาด เป็นต้น
    – จัดวางผังเมืองให้เหมาะสม บริเวณแหล่งที่อาศัยควรมีระยะห่างจากชายฝั่ง
    – ประชาสัมพันธ์และให้ความรู้แก่ประชาชนในเรื่องการป้องกันและบรรเทาภัยจากสึนามิและ แผ่นดินไหว
    – วางแผนล่วงหน้าหากเกิดสถานการณ์ขึ้นจริงในเรื่องการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำหนดขั้นตอนในด้านการช่วยเหลือบรรเทาภัยด้านสาธารณสุข การรื้อถอน และฟื้นฟูสิ่งก่อสร้าง เป็นต้น
    9. การเตรียมพร้อมเมื่อเกิดแผ่นดินไหว นักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถบอกได้อย่างแม่นยำว่า เมื่อใดจะเกิดแผ่นดินไหว แต่สามารถใช้อุปกรณ์ดักฟังคลื่นแผ่นดินไหว สัญญาณดังกล่าวจะถูกนำมาวิเคราะห์เพื่อให้รู้ตำแหน่ง เวลา และความเป็นไปได้ที่จะมีเหตุการณ์แผ่นดินไหว เนื่องจากแผ่นดินไหวเป็นภัยธรรมชาติที่ทำให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน เพื่อความไม่ประมาทจึงควรมีมาตรการในการเตรียมพร้อมเพื่อรับเหตุการณ์แผ่นดินไหว การปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว มีดังนี้
    9.1 ก่อนเกิดแผ่นดินไหว ควรปฏิบัติดังนี้
    – ควรมีไฟฉายพร้อมถ่านไฟฉายและกระเป๋ายาเตรียมไว้ในบ้าน ให้ทุกคนทราบว่าเก็บไว้ที่ใด
    – ศึกษาการปฐมพยาบาลเบื้องต้น
    – ควรเตรียมเครื่องดับเพลิงและถุงทรายดับเพลิงไว้ในบ้าน
    – ควรทราบตำแหน่งของวาล์วปิดน้ำ สะพานไฟสำหรับตัดไฟ
    – อย่าวางสิ่งของหนักๆ บนชั้นหรือหิ้งสูงๆ เมื่อเกิดแผ่นดินไหวอาจตกลงมาโดนผู้คนเกิดอันตรายได้
    ผูกเครื่องใช้หนักๆ ให้แน่นกับพื้นผนังบ้าน
    – ควรมีการวางแผนเรื่องการนัดหมายในกรณีที่พลัดหลงกัน เพื่อกลับมารวมกันทีหลัง
    – สร้างอาคารบ้านเรือนให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่กำหนดสำหรับพื้นที่เสี่ยง

  14. น.ส.ทิพย์ภาพร หัวยาว พูดว่า:

    เนื่องจากขาดความสมดุลในการทรงตัวบริเวณดังกล่าว ทำให้เกิดการปรับตัวของพื้นดินต่อแรงดึงดูดของโลก และเกิดการเคลื่อนตัวขององค์ประกอบธรณีวิทยาบริเวณนั้นจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ แผ่นดินถล่มมักเกิดในกรณีที่มีฝนตกหนักมาก บริเวณภูเขาและภูเขานั้นอุ้มน้ำไว้จนเกิดการอิ่มตัว จนทำให้เกิดการพังทลายตามลักษณะการเคลื่อนตัวได้ 3 ชนิดคือ
    1.แผ่นดินถล่มที่เคลื่อนตัวอย่างแผ่นดินถล่มที่เคลื่อนตัวอย่างช้าๆ เรียกว่า Creep เช่น Surficial Creep
    2. แผ่นดินถล่มที่เคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วเรียกว่า Slide หรือ Flow เช่น Surficial Slide
    3. แผ่นดินถล่มที่เคลื่อนตัวอย่างฉับพลัน เรียกว่า Fall Rock Fall

  15. กิติญา ดอกด้วง พูดว่า:

    พายุ คือ สภาพบรรยากาศที่ถูกรบกวนแบบใด ๆ ก็ตาม โดยเฉพาะที่มีผลกระทบต่อพื้นผิวโลก และบ่งบอกถึงสภาพอากาศที่รุนแรง เวลากล่าวถึงความรุนแรงของพายุ จะมีเนื้อหาสำคัญอยู่บางประการคือ ความเร็วที่ศูนย์กลาง ซึ่งอาจสูงถึง 400 กม./ชม. ความเร็วของการเคลื่อนตัว ทิศทางการเคลื่อนตัวของพายุ และขนาดความกว้างหรือเส้นผ่าศูนย์กลางของตัวพายุ ซึ่งบอกถึงอาณาบริเวณที่จะได้รับความเสียหายว่าครอบคลุมเท่าใด ความรุนแรงของพายุจะมีหน่วยวัดความรุนแรงคล้ายหน่วยริกเตอร์ของการวัดความรุนแรงแผ่นดินไหว มักจะมีความเร็วเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

    จาก…google

  16. น.ส.กัลยาพร แซ่วื้อ พูดว่า:

    เนื่องจากขาดความสมดุลในการทรงตัวบริเวณดังกล่าว ทำให้เกิดการปรับตัวของพื้นดินต่อแรงดึงดูดของโลก และเกิดการเคลื่อนตัวขององค์ประกอบธรณีวิทยาบริเวณนั้นจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ แผ่นดินถล่มมักเกิดในกรณีที่มีฝนตกหนักมาก บริเวณภูเขาและภูเขานั้นอุ้มน้ำไว้จนเกิดการอิ่มตัว จนทำให้เกิดการพังทลายตามลักษณะการเคลื่อนตัวได้ 3 ชนิดคือ
    1.แผ่นดินถล่มที่เคลื่อนตัวอย่างแผ่นดินถล่มที่เคลื่อนตัวอย่างช้าๆ เรียกว่า Creep เช่น Surficial Creep
    2. แผ่นดินถล่มที่เคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วเรียกว่า Slide หรือ Flow เช่น Surficial Slide
    3. แผ่นดินถล่มที่เคลื่อนตัวอย่างฉับพลัน เรียกว่า Fall Rock Fall

  17. นางสาวสุชาวดี ชัยบาล ม.5/3 เลขที่ 18 พูดว่า:

    เข้าสู่ฝั่ง ผู้ที่พบคลื่นสึนามิในท้องทะเลจะไม่รู้สึกและดูไม่ออก เพราะคลื่นที่เกิดจากแผ่นดินไหว ในทะเลจะมียอดคลื่นสูงประมาณ 122 เมตร และถูกกลบด้วยคลื่นปกติไปโดยปริยาย คลื่นที่เกิดขึ้นจะมีความยาวคลื่นค่อนข้างมากประมาณ 1,002,700 กิโลเมตร ความเร็วคลื่นประมาณ 5,002,590 กิโลเมตร/ชั่วโมง และเมื่อมาถึงฝั่งความยาวคลื่นและความเร็วคลื่นจะลดลง แต่แอมพลิจูดจะมากขึ้น น้ำทะเลจะม้วนตัวขึ้นมาจากข้างใต้และยกตัวขึ้นมาสูงมากกว่าเดิมหลายเท่าอย่างรวดเร็ว อาจสูงถึง 30 เมตร สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน สิ่งก่อสร้างและชีวิตมนุษย์

    สิ่งที่บอกได้ว่าจะเกิดสึนามิ คือ การลดลงของระดับน้ำทะเลอย่างรวดเร็วตามชายหาด เมื่อเกิดเหตุการณ์ เช่นนี้จะต้องรีบเคลื่อนย้ายไปที่สูงภายในเวลา 5,230 นาที หลังการลดลงของระดับน้ำทะเล จะมีน้ำทะเลปริมาณ มหาศาลไหลทะลักเข้าสู่แผ่นดิน ซึ่งอาจมีระยะทางหลายร้อยเมตรจากชายฝั่ง หลังจากนั้นน้ำทะเลก็จะไหลกลับคืนสู่ทะเลอีก ระยะห่างของเวลาของคลื่นแต่ละลูกที่วิ่งเข้ามายังแผ่นดินอยู่ระหว่าง 10260 นาที จนกว่าพลังงานทั้งหมดจะหายไป
    รูปแสดงการเกิดคลื่นสึนามิ

    วันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2547 ได้เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เริ่มต้นขึ้นทางตอนเหนือของเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อเวลาประมาณ 07.59 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยมีระดับความรุนแรง 6.4 ริกเตอร์ (ขณะที่ทางศูนย์สำรวจทางธรณีวิทยาของสหรัฐอเมริกาวัดระดับความสั่นสะเทือนได้ถึง 8.9 ริกเตอร์) ทำลายบ้านเรือน ประชาชนไปเป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นยังเกิดมีคลื่นสึนามิสูง 5 เมตร พัดเข้ามาทางชายฝั่งตอนเหนือหลัง เกิดแผ่นดินไหว แนวสั่นสะเทือนนี้ได้เคลื่อนไปยังหมู่เกาะอันดามัน ในมหาสมุทรอินเดีย คลื่นสึนามิมีต้นกำเนิดมาจากแผ่นดินไหวในหมู่เกาะอันดามันเข้ากระหน่ำประเทศศรีลังกา หมู่เกาะมัลดีฟทางตอนใต้ของศรีลังกา อินเดีย เกาะปีนัง ไทย พม่า และทางชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของปาปัวนิวกินี นอกจากจะทำให้คนล้มตายเป็นจำนวนมากแล้ว ยังทำให้เกิดความเสียหายต่ออาคารสถานที่และทรัพย์สินเป็นจำนวนมหาศาลด้วย
    สึนามินอกจากจะเกิดจากการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกตามแนวรอยเลื่อนที่ก่อให้เกิดแผ่นดินไหวที่พื้นท้องทะเลแล้ว ยังอาจเกิดจากการระเบิดอย่างรุนแรงของภูเขาไฟใต้ทะเล หรือเกิดจากดินที่พื้นท้องทะเลถล่ม หรือเกิดจากการทดลองระเบิดนิวเคลียร์ใต้ทะเลก็ได้ อย่างไรก็ตามเพื่อป้องกันอันตรายและความเสียหายที่เกิดจากสึนามิ จึงกำหนดมาตรการป้องกันภัยจากสึนามิ ดังนี้
    – ขณะที่อยู่บริเวณชายฝั่งเมื่อรู้สึกว่ามีแผ่นดินไหว หรือพบว่าระดับน้ำทะเลลดลงมากผิดปกติ ให้รีบอพยพไปยังที่สูงทันที
    -เมื่อได้ฟังประกาศจากทางการเกี่ยวกับการเกิดแผ่นดินไหวในทะเล ให้เตรียมรับสถานการณ์ที่อาจเกิดสึนามิตามมาได้
    – ถ้าอยู่ในเรือที่จอดอยู่ที่ท่าเรือ เมื่อทราบข่าวว่าจะเกิดสึนามิพัดเข้ามา ให้รีบนำเรือออกไปกลางทะเลทันที เพราะกลางทะเลคลื่นสึนามิจะไม่รุนแรงเท่าชายฝั่ง
    – คลื่นสึนามิอาจเกิดขึ้นหลายระลอกจากการเกิดแผ่นดินไหวครั้งเดียว เนื่องจากมีการแกว่งไปมาของน้ำทะเล ดังนั้นควรรอประกาศจากทางราชการก่อนว่าปลอดภัย จึงสามารถลงไปชายหาดได้
    – ติดตามการเสนอข่าวของทางราชการอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง
    – ถ้าบ้านเรือนอยู่ใกล้ชายหาด ควรจัดทำเขื่อน กำแพง ปลูกต้นไม้ หรือวางวัสดุลดแรงปะทะของน้ำทะเลในบริเวณย่านที่มีความเสี่ยงภัยในเรื่องสึนามิ
    – ควรหลีกเลี่ยงการก่อสร้างอาคารบ้านเรือนใกล้ชายฝั่งในย่านที่มีความเสี่ยงภัยสูง
    – วางแผนในการฝึกซ้อมรับภัยจากสึนามิเป็นประจำทุกปี เช่น กำหนดเส้นทางหนีภัยสึนามิ สถานที่ในการอพยพ และเตรียมแหล่งสะสมน้ำสะอาด เป็นต้น
    – จัดวางผังเมืองให้เหมาะสม บริเวณแหล่งที่อาศัยควรมีระยะห่างจากชายฝั่ง
    – ประชาสัมพันธ์และให้ความรู้แก่ประชาชนในเรื่องการป้องกันและบรรเทาภัยจากสึนามิและ แผ่นดินไหว
    – วางแผนล่วงหน้าหากเกิดสถานการณ์ขึ้นจริงในเรื่องการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำหนดขั้นตอนในด้านการช่วยเหลือบรรเทาภัยด้านสาธารณสุข การรื้อถอน และฟื้นฟูสิ่งก่อสร้าง เป็นต้น
    9. การเตรียมพร้อมเมื่อเกิดแผ่นดินไหว นักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถบอกได้อย่างแม่นยำว่า เมื่อใดจะเกิดแผ่นดินไหว แต่สามารถใช้อุปกรณ์ดักฟังคลื่นแผ่นดินไหว สัญญาณดังกล่าวจะถูกนำมาวิเคราะห์เพื่อให้รู้ตำแหน่ง เวลา และความเป็นไปได้ที่จะมีเหตุการณ์แผ่นดินไหว เนื่องจากแผ่นดินไหวเป็นภัยธรรมชาติที่ทำให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน เพื่อความไม่ประมาทจึงควรมีมาตรการในการเตรียมพร้อมเพื่อรับเหตุการณ์แผ่นดินไหว การปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว มีดังนี้
    9.1 ก่อนเกิดแผ่นดินไหว ควรปฏิบัติดังนี้
    – ควรมีไฟฉายพร้อมถ่านไฟฉายและกระเป๋ายาเตรียมไว้ในบ้าน ให้ทุกคนทราบว่าเก็บไว้ที่ใด
    – ศึกษาการปฐมพยาบาลเบื้องต้น
    – ควรเตรียมเครื่องดับเพลิงและถุงทรายดับเพลิงไว้ในบ้าน
    – ควรทราบตำแหน่งของวาล์วปิดน้ำ สะพานไฟสำหรับตัดไฟ
    – อย่าวางสิ่งของหนักๆ บนชั้นหรือหิ้งสูงๆ เมื่อเกิดแผ่นดินไหวอาจตกลงมาโดนผู้คนเกิดอันตรายได้
    ผูกเครื่องใช้หนักๆ ให้แน่นกับพื้นผนังบ้าน
    – ควรมีการวางแผนเรื่องการนัดหมายในกรณีที่พลัดหลงกัน เพื่อกลับมารวมกันทีหลัง
    – สร้างอาคารบ้านเรือนให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่กำหนดสำหรับพื้นที่เสี่ยง

  18. วนิดา ผาแดงชัย พูดว่า:

    พายุ คือ สภาพบรรยากาศที่ถูกรบกวนแบบใด ๆ ก็ตาม โดยเฉพาะที่มีผลกระทบต่อพื้นผิวโลก และบ่งบอกถึงสภาพอากาศที่รุนแรง เวลากล่าวถึงความรุนแรงของพายุ จะมีเนื้อหาสำคัญอยู่บางประการคือ ความเร็วที่ศูนย์กลาง ซึ่งอาจสูงถึง 400 กม./ชม. ความเร็วของการเคลื่อนตัว ทิศทางการเคลื่อนตัวของพายุ และขนาดความกว้างหรือเส้นผ่าศูนย์กลางของตัวพายุ ซึ่งบอกถึงอาณาบริเวณที่จะได้รับความเสียหายว่าครอบคลุมเท่าใด ความรุนแรงของพายุจะมีหน่วยวัดความรุนแรงคล้ายหน่วยริกเตอร์ของการวัดความรุนแรงแผ่นดินไหว มักจะมีความเร็วเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

    จาก…google

  19. น.ส.กัญญารัตน์ วิสัยวัฒน์นา พูดว่า:

    เนื่องจากขาดความสมดุลในการทรงตัวบริเวณดังกล่าว ทำให้เกิดการปรับตัวของพื้นดินต่อแรงดึงดูดของโลก และเกิดการเคลื่อนตัวขององค์ประกอบธรณีวิทยาบริเวณนั้นจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ แผ่นดินถล่มมักเกิดในกรณีที่มีฝนตกหนักมาก บริเวณภูเขาและภูเขานั้นอุ้มน้ำไว้จนเกิดการอิ่มตัว จนทำให้เกิดการพังทลายตามลักษณะการเคลื่อนตัวได้ 3 ชนิดคือ
    1.แผ่นดินถล่มที่เคลื่อนตัวอย่างแผ่นดินถล่มที่เคลื่อนตัวอย่างช้าๆ เรียกว่า Creep เช่น Surficial Creep
    2. แผ่นดินถล่มที่เคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วเรียกว่า Slide หรือ Flow เช่น Surficial Slide
    3. แผ่นดินถล่มที่เคลื่อนตัวอย่างฉับพลัน เรียกว่า Fall Rock Fall

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s